
คำตอบสั้น: การโพสต์บน Facebook, TikTok, X, Instagram หรือกลุ่มสาธารณะ ที่กล่าวหาคนอื่นในทางเสียหายจนน่าจะทำให้เขาเสียชื่อเสียง อาจเป็นความผิดฐาน “หมิ่นประมาทโดยการโฆษณา” ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 328 ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี และปรับไม่เกิน 200,000 บาท และอาจถูกเรียกค่าเสียหายทางแพ่งด้วย ส่วนการติชมโดยสุจริตและเป็นธรรมได้รับการคุ้มครองตามมาตรา 329 หัวใจจึงอยู่ที่ว่าคุณ “กล่าวหาข้อเท็จจริง” หรือ “แสดงความคิดเห็นโดยสุจริต”
บทความนี้อธิบายหลักกฎหมายไทย แนวคำพิพากษาศาลฎีกาที่เกี่ยวกับการโพสต์เฟซบุ๊ก และเช็กลิสต์ที่ใช้ได้จริงก่อนกดโพสต์
หมิ่นประมาทคืออะไร — องค์ประกอบ 3 ข้อตามมาตรา 326
ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 กำหนดว่า ผู้ใดใส่ความผู้อื่นต่อบุคคลที่สาม โดยประการที่น่าจะทำให้ผู้อื่นนั้นเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชัง มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ แยกได้ 3 องค์ประกอบ
- ใส่ความ — กล่าวหาหรือยืนยันข้อเท็จจริงเกี่ยวกับผู้อื่นในทางเสียหาย เช่น ว่าเขาโกง หลอกลวง หรือทุจริตต่อหน้าที่
- ต่อบุคคลที่สาม — มีคนอื่นนอกจากผู้ถูกกล่าวถึงรับรู้ข้อความ ศาลฎีกาเคยวินิจฉัยว่าความผิดสำเร็จเมื่อบุคคลที่สามทราบข้อความแล้ว โดยผู้ถูกหมิ่นประมาทไม่จำเป็นต้องรู้ตัว (คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6593/2559 ซึ่งเป็นกรณีให้สัมภาษณ์นักข่าว)
- น่าจะทำให้เสียชื่อเสียง — พิจารณาจากความรู้สึกของวิญญูชนทั่วไปที่อ่านข้อความ ไม่ใช่จากความรู้สึกของผู้ถูกกล่าวถึงเพียงคนเดียว
ด่าหยาบ กับ ใส่ความ ต่างกันอย่างไร
คำด่าทอหยาบคายไม่ใช่หมิ่นประมาทเสมอไป คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3073/2565 วินิจฉัยว่าคำด่าที่ไม่ได้กล่าวหาเรื่องร้ายที่คนทั่วไปจะเชื่อว่าเป็นจริง ไม่เป็นการใส่ความตามมาตรา 326 แต่ไม่ได้แปลว่าด่าได้เสมอ เพราะการดูหมิ่นผู้อื่นซึ่งหน้าหรือด้วยการโฆษณาเป็นความผิดอีกฐานหนึ่งตามมาตรา 393
| ลักษณะข้อความ | ฐานที่อาจเกี่ยวข้อง |
|---|---|
| กล่าวหาข้อเท็จจริง เช่น “ร้านนี้เอาเงินลูกค้าไปแล้วไม่ส่งของ” | หมิ่นประมาท ม.326 / ม.328 |
| คำด่าหยาบคายที่ไม่มีข้อเท็จจริง | อาจเป็นดูหมิ่น ม.393 |
| ภาพตัดต่อบุคคลในทางเสื่อมเสีย | พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ม.16 |
โพสต์โซเชียลถือเป็น “การโฆษณา” ตามมาตรา 328 หรือไม่
มาตรา 328 เพิ่มโทษเมื่อหมิ่นประมาทด้วยเอกสาร ภาพ ตัวอักษรที่ทำให้ปรากฏไม่ว่าด้วยวิธีใด การกระจายภาพ หรือการป่าวประกาศด้วยวิธีอื่น เป็นจำคุกไม่เกิน 2 ปี และปรับไม่เกิน 200,000 บาท ศาลฎีกาในคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 418/2567 อธิบายว่าความผิดนี้ต้องมีการเผยแพร่ข้อความไปยังสาธารณชนหรือประชาชนทั่วไป
ในทางปฏิบัติ โพสต์สาธารณะ เพจ คลิป TikTok ไลฟ์สด และกลุ่มสาธารณะที่คนทั่วไปเข้าถึงได้ มักเข้าลักษณะการโฆษณา ส่วนโพสต์เฉพาะเพื่อนหรือแชทกลุ่มปิด ต้องดูจำนวนและลักษณะผู้รับข้อความเป็นรายกรณี แต่แม้ไม่เข้ามาตรา 328 ก็ยังอาจเป็นหมิ่นประมาทธรรมดาตามมาตรา 326 ได้ เพราะสมาชิกในกลุ่มก็คือบุคคลที่สาม
5 พฤติกรรมบนโซเชียลที่เสี่ยงคดีหมิ่นประมาท
1. โพสต์ประจานลูกหนี้พร้อมรูป
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7256/2567 วินิจฉัยว่าการโพสต์ข้อความและรูปถ่ายบนเฟซบุ๊ก ทำนองว่าอีกฝ่ายเป็นหนี้แล้วไม่ใช้คืนและหลอกลวง เป็นการใส่ความ และไม่ใช่การแสดงความคิดเห็นโดยสุจริตตามมาตรา 329(1)(3) ศาลชี้ว่าเจ้าหนี้ควรใช้สิทธิฟ้องคดีตามกฎหมายแทนหากถูกเบี้ยวหนี้ ทางที่ปลอดภัยกว่าคือหนังสือทวงถามและการดำเนินคดี
2. ตั้งคำถาม “จริงหรือไม่?” เพื่อเลี่ยงความผิด
ในคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 418/2567 ผู้โพสต์เติมคำว่า “จริงหรือไม่” และเครื่องหมายคำถามซ้ำหลายโพสต์ ศาลเห็นว่าเป็นการตั้งคำถามโดยไม่สุจริตเพื่อหลีกเลี่ยงความผิด จึงยังเป็นการยืนยันข้อเท็จจริง ศาลยังชี้ว่าผู้โพสต์ไม่ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อน และมีช่องทางร้องเรียนหน่วยงานรัฐอยู่แล้ว
3. โพสต์ซ้ำหลายครั้ง — อาจถูกนับเป็นหลายกระทง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2624/2567 วินิจฉัยว่าการโพสต์เฟซบุ๊ก 9 ครั้งต่างวันเวลา แต่ละครั้งยืนยันข้อเท็จจริงต่างกัน เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ไม่ใช่กรรมเดียว ผลคือโทษอาจถูกคำนวณแยกแต่ละกระทง
4. แชร์หรือส่งต่อโพสต์ของคนอื่น
การแชร์คือการทำให้ข้อความไปถึงบุคคลที่สามกลุ่มใหม่ ผู้แชร์จึงอาจถูกมองว่าเผยแพร่ข้อความนั้นเอง โดยเฉพาะเมื่อเติมคำบรรยายที่ยืนยันหรือซ้ำเติม ผลขึ้นกับเจตนาและลักษณะการแชร์
5. โพสต์ภาพตัดต่อหรือภาพดัดแปลง
พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 มาตรา 16 เอาผิดการนำเข้าสู่ระบบที่ประชาชนเข้าถึงได้ ซึ่งภาพผู้อื่นที่สร้าง ตัดต่อ เติม หรือดัดแปลง จนน่าจะเสียชื่อเสียงหรืออับอาย โทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี และปรับไม่เกิน 200,000 บาท เว้นแต่เป็นการติชมโดยสุจริตด้วยความเป็นธรรม ภาพที่สร้างด้วยเครื่องมือ AI ก็อาจเข้าคำว่า “สร้างขึ้น” ตามตัวบท
เมื่อไหร่การโพสต์วิจารณ์ไม่ผิดหมิ่นประมาท
มาตรา 329 คุ้มครองผู้ที่แสดงความคิดเห็นหรือข้อความโดยสุจริตใน 4 กรณี ได้แก่ เพื่อความชอบธรรมป้องกันตนหรือส่วนได้เสียตามคลองธรรม ในฐานะเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่ ติชมด้วยความเป็นธรรมซึ่งบุคคลหรือสิ่งใดอันเป็นวิสัยของประชาชนย่อมกระทำ และการแจ้งข่าวโดยเป็นธรรมเรื่องการดำเนินการอันเปิดเผยในศาลหรือในการประชุม
ตัวอย่างที่ศาลคุ้มครองคือคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 406/2567 ผู้โพสต์วิจารณ์การแต่งตั้งข้าราชการตำแหน่งสูงสุดของกระทรวงหนึ่งบนเฟซบุ๊ก ศาลเห็นว่าผู้ดำรงตำแหน่งเช่นนี้อยู่ในสายตาสาธารณะ การติดตามตรวจสอบโดยสุจริตเป็นการติชมด้วยความเป็นธรรมตามมาตรา 329(3) และโจทก์มีภาระพิสูจน์ว่าจำเลยไม่สุจริต ข้อเท็จจริงคดีนี้เกี่ยวกับบุคคลสาธารณะ จึงไม่ควรนำไปใช้กับเรื่องส่วนตัวของบุคคลทั่วไปโดยตรง
มาตรา 330 (พิสูจน์ความจริง) — หากพิสูจน์ได้ว่าข้อความเป็นความจริง ผู้กระทำไม่ต้องรับโทษ แต่ห้ามพิสูจน์ถ้าเป็นเรื่องส่วนตัวและการพิสูจน์ไม่เป็นประโยชน์แก่ประชาชน คำกล่าวที่ว่า “พูดความจริงไม่ผิด” จึงไม่ถูกทั้งหมด เช่น การเปิดเผยเรื่องชู้สาวหรือประวัติส่วนตัวของคนธรรมดา
พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ใช้กับการหมิ่นประมาทได้หรือไม่
หลังการแก้ไขโดย พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2560 มาตรา 14(1) เรื่องนำเข้าข้อมูลเท็จ บัญญัติไว้ชัดว่าต้องเป็นการกระทำที่ไม่ใช่ความผิดฐานหมิ่นประมาทตามประมวลกฎหมายอาญา คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2778/2561 วินิจฉัยว่าเมื่อการกระทำเป็นหมิ่นประมาทตามมาตรา 328 แล้ว ย่อมไม่เป็นความผิดตามมาตรา 14(1) และ 14(5) อีก ดังนั้นโพสต์ที่เป็นประเด็นหมิ่นประมาทบุคคล ตัวบทหลักคือประมวลกฎหมายอาญา ส่วน พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ยังเกี่ยวข้องได้ในกรณีภาพตัดต่อ (มาตรา 16) หรือข้อมูลเท็จตามอนุมาตราอื่นของมาตรา 14
นอกจากคดีอาญา ยังอาจถูกฟ้องเรียกค่าเสียหาย
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 423 กำหนดให้ผู้ที่กล่าวหรือไขข่าวแพร่หลายซึ่งข้อความอันฝ่าฝืนต่อความจริง จนเสียหายแก่ชื่อเสียงหรือทางทำมาหาได้ของผู้อื่น ต้องใช้ค่าสินไหมทดแทน แม้ไม่รู้ว่าไม่จริงแต่ควรจะรู้ สำหรับธุรกิจ ความเสียหายทางเศรษฐกิจจากโพสต์เท็จจึงเป็นอีกช่องทางหนึ่งในการเรียกร้อง และศาลอาจพิจารณาคำร้องค่าสินไหมทดแทนไปพร้อมกับคดีอาญาได้
อายุความและการยอมความ
หมิ่นประมาทเป็นความผิดอันยอมความได้ ผู้เสียหายจึงต้องร้องทุกข์ภายใน 3 เดือนนับแต่วันที่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิด มิฉะนั้นคดีขาดอายุความ ส่วนฝ่ายที่ถูกกล่าวหา การเจรจาไกล่เกลี่ยและการยอมความเป็นทางเลือกที่เปิดอยู่ตามกฎหมาย หากผู้เสียหายตายก่อนร้องทุกข์ บิดา มารดา คู่สมรส หรือบุตรร้องทุกข์แทนได้
เช็กลิสต์ 6 ข้อก่อนกดโพสต์
- ข้อความนี้เป็น “ข้อเท็จจริง” หรือ “ความคิดเห็น” — ถ้าเป็นข้อเท็จจริง มีหลักฐานรองรับทุกข้อหรือไม่
- เล่าเฉพาะสิ่งที่เกิดกับตนเอง ไม่ตีตราคนอื่นว่า “โกง” “หลอกลวง” “มิจฉาชีพ” ก่อนมีคำพิพากษา
- ไม่ใส่รูป ชื่อเต็ม เบอร์โทร หรือที่อยู่ของคู่กรณีโดยไม่จำเป็น
- ไม่ใช้คำถาม อิโมจิ หรือคำว่า “ได้ยินมาว่า” ห่อข้อกล่าวหา
- เรื่องนี้มีช่องทางร้องเรียนหรือดำเนินคดีที่เหมาะกว่าหรือไม่ (เช่น สคบ. หน่วยงานต้นสังกัด หรือศาล)
- ถ้าอ่านซ้ำตอนอารมณ์เย็น ยังยินดีให้ศาลอ่านข้อความนี้หรือไม่
ตัวอย่างสมมติ
คุณเอ สั่งสินค้าออนไลน์แต่ได้ของชำรุด โพสต์แบบที่ 1: “ได้รับสินค้าวันที่ 5 กล่องแตก แจ้งร้านแล้ว 7 วันยังไม่ได้คำตอบ ผิดหวังกับบริการ” — เล่าข้อเท็จจริงที่พิสูจน์ได้และแสดงความเห็น ความเสี่ยงต่ำกว่า แบบที่ 2: “ร้านนี้มิจฉาชีพ ตั้งใจโกงลูกค้าทุกคน เจ้าของคือคนนี้ [รูป]” — กล่าวหาเกินหลักฐานและชี้ตัวบุคคล เสี่ยงสูงกว่ามาก ผลจริงขึ้นกับข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานแต่ละคดี
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
- เชื่อว่าไม่ระบุชื่อแล้วไม่ผิด — ถ้าคนที่อ่านรู้ได้ว่าหมายถึงใคร ก็ยังเสี่ยง [การวิเคราะห์ — รอทนายตรวจ]
- เชื่อว่าลบโพสต์แล้วคดีจบ — ความผิดสำเร็จตั้งแต่บุคคลที่สามรับรู้ และอาจมีภาพหน้าจอเก็บไว้แล้ว
- โพสต์ตอบโต้ซ้ำหลายครั้งตอนโกรธ — เสี่ยงถูกนับเป็นหลายกระทง
- คิดว่าเป็นความจริงจึงปลอดภัยเสมอ — เรื่องส่วนตัวที่ไม่เป็นประโยชน์แก่ประชาชนห้ามพิสูจน์
- ปล่อยเวลาเกิน 3 เดือนก่อนร้องทุกข์ (ฝั่งผู้เสียหาย)
ถูกกล่าวหา หรือถูกหมิ่นประมาท ควรทำอย่างไร
หากคุณเป็นผู้เสียหาย: บันทึกภาพหน้าจอให้เห็น URL วันเวลา ชื่อบัญชี และจำนวนการมองเห็นหรือแชร์ จดวันที่รู้เรื่องและรู้ตัวผู้โพสต์ และปรึกษาทนายก่อนครบกำหนด 3 เดือน เพื่อเลือกระหว่างร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน ฟ้องเอง หรือเจรจาให้ลบและขอโทษ
หากคุณถูกกล่าวหา: หยุดโพสต์เพิ่ม เก็บหลักฐานที่สนับสนุนข้อเท็จจริงและความสุจริตของคุณ อย่าติดต่อคู่กรณีด้วยอารมณ์ และปรึกษาทนายก่อนไปพบพนักงานสอบสวนตามหมายเรียก เพื่อประเมินข้อต่อสู้ตามมาตรา 329 และ 330 หรือแนวทางเจรจายอมความ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
โพสต์ด่าคนอื่นในเฟซบุ๊กผิดหมิ่นประมาททุกกรณีหรือไม่? ไม่ทุกกรณี คำด่าที่ไม่ใช่การกล่าวหาข้อเท็จจริงอาจไม่เป็นหมิ่นประมาท แต่อาจเป็นดูหมิ่นด้วยการโฆษณาตามมาตรา 393
โพสต์ทวงหนี้พร้อมรูปลูกหนี้ได้ไหม? เสี่ยงสูง ศาลฎีกาเคยวินิจฉัยว่าไม่ใช่การแสดงความคิดเห็นโดยสุจริต เจ้าหนี้ควรใช้สิทธิทางศาล
รีวิวร้านค้าแย่ ๆ โดนฟ้องได้ไหม? ถูกฟ้องได้ แต่รีวิวที่เล่าตามจริงและติชมโดยสุจริตด้วยความเป็นธรรมอาจได้รับการคุ้มครองตามมาตรา 329(3) ผลขึ้นกับถ้อยคำและหลักฐาน
โพสต์หมิ่นประมาทผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ด้วยไหม? ตามมาตรา 14(1) ฉบับแก้ไข 2560 การหมิ่นประมาทตามประมวลกฎหมายอาญาถูกแยกออก ยกเว้นกรณีภาพตัดต่อตามมาตรา 16
ต้องแจ้งความภายในกี่วัน? ภายใน 3 เดือนนับแต่รู้เรื่องและรู้ตัวผู้กระทำ
สรุป
ก่อนโพสต์เรื่องคนอื่น ให้แยกข้อเท็จจริงที่พิสูจน์ได้ออกจากข้อกล่าวหา ใช้ถ้อยคำที่พอดี และเลือกช่องทางทางกฎหมายแทนการประจาน การติชมโดยสุจริตยังทำได้ แต่เส้นแบ่งขึ้นกับข้อเท็จจริงและเจตนาเป็นรายกรณี
ปรึกษาทนายความคดีหมิ่นประมาททางโซเชียลมีเดีย
หากคุณถูกโพสต์พาดพิงจนเสียชื่อเสียงหรือกระทบธุรกิจ หรือได้รับหมายเรียกจากพนักงานสอบสวนเพราะโพสต์ของตนเอง เวลามีผลต่อคดี เพราะกำหนดร้องทุกข์คดีหมิ่นประมาทสั้นเพียง 3 เดือน และหลักฐานออนไลน์อาจหายไปได้เสมอ
สำนักกฎหมายภัทร แอนด์ พาร์ทเนอร์ส ให้คำปรึกษาทั้งฝ่ายผู้เสียหายและฝ่ายผู้ถูกกล่าวหา ตั้งแต่ประเมินข้อความและพยานหลักฐาน ร่างหนังสือแจ้งให้ลบข้อความ เจรจาไกล่เกลี่ย ไปจนถึงการดำเนินคดีหรือต่อสู้คดีในศาล สำหรับเจ้าของธุรกิจที่ต้องการติดตามหนี้ เราช่วยวางแนวทางทวงถามและฟ้องคดีตามกฎหมายแทนการโพสต์ประจาน
ทุกคดีมีข้อเท็จจริงเฉพาะ การปรึกษาทนายตั้งแต่ต้นช่วยให้เห็นทางเลือกและความเสี่ยงอย่างครบถ้วนก่อนตัดสินใจ
- โทรศัพท์: 099 249 5989
- LINE Official: @patt
- WhatsApp: +66 99 249 5989
- อีเมล: info@thailandlawyer.com
ต้องการคำตอบรวดเร็ว?
ท่านสามารถกดติดต่อผ่าน LINE หรือ WhatsApp ด้านล่างนี้ได้ทันที






