
โดย ทนายภัทร ที่ปรึกษากฎหมายธุรกิจ
ปรึกษากฎหมาย: Line ID @patt | โทร. 099-249-5989
การถูกหุ้นส่วนหรือผู้บริหาร “โกงบริษัท” มักเกิดในธุรกิจที่ผู้ถือหุ้นไม่กี่ราย และส่งผลกระทบโดยตรงต่อเงินสด ชื่อเสียง และความต่อเนื่องของกิจการ บทความนี้สรุปแนวทางดำเนินการตามกฎหมายไทยแบบเป็นขั้นตอน พร้อมมาตราที่เกี่ยวข้องเพื่อใช้เป็นกรอบคิดก่อนตัดสินใจดำเนินการจริง
หมายเหตุ: หากข้อเท็จจริงซับซ้อน เช่น มีการโอนทรัพย์สินหลายทอด/เกี่ยวพันหลายบริษัท ควรปรึกษาทนายความเพื่อประเมินแนวทางที่เหมาะสมก่อนดำเนินการ
หุ้นส่วนโกงบริษัท มีลักษณะอย่างไร?
- ยักยอกเงินบริษัท เช่น โอนเงินเข้าบัญชีส่วนตัว ถอนเงินสดโดยไม่มีเหตุผลทางธุรกิจ
- ปลอม/แก้ไขเอกสารบัญชี เพื่อปกปิดรายรับรายจ่ายหรือสร้างรายการเท็จ
- ทำธุรกรรมโดยไม่มีอำนาจหรือไม่ผ่านมติ เช่น เซ็นสัญญา/กู้เงิน/ขายทรัพย์สิน โดยไม่ผ่านขั้นตอนภายใน
- ใช้ความลับทางธุรกิจไปแข่งขัน เช่น รายชื่อลูกค้า สูตรการผลิต กลยุทธ์ราคา
- ปิดบังข้อมูล ไม่ยอมให้ตรวจบัญชี เอกสารบริษัท หรือปฏิเสธการส่งมอบเอกสาร
กฎหมายที่เกี่ยวข้องเมื่อหุ้นส่วนโกงบริษัท
1) ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (หน้าที่และความรับผิดของกรรมการ)
- มาตรา 1168 หน้าที่กรรมการต้องปฏิบัติหน้าที่สอดส่องอย่างบุคคลค้าขายด้วยความซื่อสัตย์สุจริต และความระมัดระวัง
- มาตรา 1169 ถ้ากรรมการทำให้เกิดความเสียหายแก่บริษัท บริษัทจะฟ้องร้องเรียกเอาสินไหมทดแทนแก่กรรมการก็ได้ หรือผู้ถือหุ้นสามารถฟ้องกรรมการ “แทนบริษัท” ก็ได้ในกรณีบริษัทไม่ดำเนินการ
2) ประมวลกฎหมายอาญา (กรณีเข้าข่ายความผิดอาญา)
- มาตรา 352 ความผิดฐานยักยอกทรัพย์
- มาตรา 353 ความผิดฐานยักยอกทรัพย์ในกรณีผู้กระทำมีหน้าที่จัดการทรัพย์ของผู้อื่น/ทรัพย์ที่อยู่ในความครอบครองโดยหน้าที่
- มาตรา 264 ความผิดฐานปลอมเอกสาร
ขั้นตอนเมื่อสงสัยว่าหุ้นส่วนโกงบริษัท (ทำตามนี้ก่อน)
ขั้นที่ 1: รวบรวมหลักฐานให้เป็นระบบ
- งบการเงิน/สมุดบัญชี/ใบสำคัญจ่าย
- รายการเดินบัญชีธนาคารของบริษัท (Bank Statement)
- สัญญา/ใบเสนอราคา/ใบกำกับภาษี ที่เกี่ยวข้องกับธุรกรรมต้องสงสัย
- มติกรรมการ/มติผู้ถือหุ้น และหนังสือมอบอำนาจ
- หลักฐานการสื่อสาร (อีเมล/LINE/หนังสือภายใน) ที่สะท้อนเจตนา/พฤติการณ์
เคล็ดลับ: จัดทำ “Timeline เหตุการณ์” ไล่ตามวันเวลาและจำนวนเงิน จะช่วยให้ประเมินคดีและสื่อสารกับที่ปรึกษาได้เร็วขึ้น
ขั้นที่ 2: ตรวจสอบอำนาจลงนามและข้อบังคับบริษัท
เช็กหนังสือรับรองบริษัท ข้อบังคับ และเงื่อนไขอำนาจกรรมการ ว่าธุรกรรมนั้นทำได้โดยกรรมการคนเดียวหรือจำเป็นต้องร่วมลงนาม/ผ่านมติ หากทำเกินอำนาจจะเป็นประเด็นสำคัญทางคดี
ขั้นที่ 3: เรียกประชุมผู้ถือหุ้น/กรรมการเพื่อมีมติ
- มติให้ตรวจสอบรายการต้องสงสัย/แต่งตั้งผู้ตรวจสอบหรือผู้ทำบัญชีช่วยตรวจ
- มติให้ส่งหนังสือทวงถาม/เรียกคืนทรัพย์สิน
- มติให้ดำเนินคดีแพ่ง/อาญา (แล้วแต่กรณี)
ขั้นที่ 4: ส่งหนังสือทวงถาม/หนังสือบอกกล่าวอย่างเป็นทางการ
การส่งหนังสือทวงถามช่วยยืนยันข้อเรียกร้องอย่างเป็นทางการ และช่วย “ล็อกประเด็น” ก่อนเข้าสู่ชั้นศาลหรือการเจรจา โดยควรระบุข้อเท็จจริง จำนวนเงิน/ทรัพย์สิน และกำหนดเวลาให้ชี้แจงหรือคืนทรัพย์
ขั้นที่ 5: เลือกแนวทางดำเนินคดี (แพ่ง / อาญา / ทำคู่กัน)
- คดีแพ่ง เพื่อเรียกคืนทรัพย์/เรียกค่าเสียหายต่อบริษัท หรือฟ้องกรรมการตามหลักหน้าที่และความรับผิด (อ้างมาตรา 1168, 1169)
- คดีอาญา หากเข้าข่ายยักยอก/ปลอมเอกสาร (อ้างมาตรา 352, 353, 264)
หมายเหตุเชิงกลยุทธ์: บางกรณีการเดิน “แพ่ง + อาญา” ควบคู่กันอาจช่วยเพิ่มแรงจูงใจให้เกิดการคืนทรัพย์/เจรจา แต่ควรประเมินพยานหลักฐานและผลกระทบทางธุรกิจให้รอบด้าน
ฟ้องหุ้นส่วนโกงบริษัท ใช้เวลานานเท่าไร?
ระยะเวลาขึ้นอยู่กับความซับซ้อนของธุรกรรม จำนวนพยานหลักฐาน และการต่อสู้คดี โดยทั่วไปคดีอาจใช้เวลาตั้งแต่หลายเดือนถึงหลายปี การเตรียมเอกสารให้ครบและวางกลยุทธ์ตั้งแต่ต้นจะช่วยลดความเสี่ยงและเพิ่มโอกาสปิดเรื่องได้เร็วขึ้น
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ผู้ถือหุ้นส่วนน้อยสามารถฟ้องได้หรือไม่?
ในบางกรณี ผู้ถือหุ้นสามารถฟ้องกรรมการ “แทนบริษัท” ได้ หากบริษัทไม่ดำเนินการตามสมควร โดยอาศัยหลักตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 11ุ69 ทั้งนี้รายละเอียดต้องพิจารณาตามโครงสร้างผู้ถือหุ้นและข้อเท็จจริง
ถ้าไม่มีเอกสารชัดเจน ทำอย่างไร?
เริ่มจากรวบรวมหลักฐานทางการเงินที่เข้าถึงได้ เช่น Bank Statement เอกสารบัญชี และหนังสือรับรองบริษัท รวมถึงหลักฐานการสื่อสาร จากนั้นให้ผู้เชี่ยวชาญช่วยจัดทำภาพรวมธุรกรรมเพื่อประเมินช่องทางทางกฎหมาย
ฟ้องแพ่งกับแจ้งความอาญาทำพร้อมกันได้หรือไม่?
โดยหลักสามารถทำได้ในกรณีเข้าองค์ประกอบความผิดอาญาและมีความเสียหายทางแพ่ง แต่ควรประเมินพยานหลักฐานและผลกระทบต่อการเจรจา/การดำเนินธุรกิจร่วมกันก่อน
สามารถถอดถอนกรรมการได้ทันทีหรือไม่?
โดยทั่วไปต้องดำเนินการผ่านขั้นตอนภายในบริษัท เช่น การประชุมและมติที่เกี่ยวข้อง ตามกฎหมายและข้อบังคับของบริษัท รวมถึงเงื่อนไขในหนังสือรับรองบริษัท
ต้องการให้ประเมินแนวทางเบื้องต้น?
หากคุณสงสัยว่ามีการยักยอกเงิน ปลอมเอกสาร หรือทำธุรกรรมไม่โปร่งใส การเริ่มต้นที่ “จัดหลักฐาน + วางแผนการดำเนินการ” จะช่วยลดความเสียหายและเพิ่มความชัดเจนในการตัดสินใจ
ติดต่อที่ปรึกษากฎหมายธุรกิจเพื่อประเมินแนวทางเบื้องต้นของท่าน
ข้อกำกับ: ข้อมูลนี้เป็นแนวทางทั่วไป ไม่ใช่คำปรึกษากฎหมายเฉพาะกรณี ผลลัพธ์ขึ้นกับข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานของแต่ละเรื่อง







