หุ้นส่วนโกงบริษัท ทำอย่างไร? แนวทางกฎหมายที่ผู้ประกอบการต้องรู้

การถูกหุ้นส่วนหรือผู้บริหาร “โกงบริษัท” มักเกิดในธุรกิจที่ผู้ถือหุ้นไม่กี่ราย และส่งผลกระทบโดยตรงต่อเงินสด ชื่อเสียง และความต่อเนื่องของกิจการ บทความนี้สรุปแนวทางดำเนินการตามกฎหมายไทยแบบเป็นขั้นตอน พร้อมมาตราที่เกี่ยวข้องเพื่อใช้เป็นกรอบคิดก่อนตัดสินใจดำเนินการจริง

หมายเหตุ: หากข้อเท็จจริงซับซ้อน เช่น มีการโอนทรัพย์สินหลายทอด/เกี่ยวพันหลายบริษัท ควรปรึกษาทนายความเพื่อประเมินแนวทางที่เหมาะสมก่อนดำเนินการ

หุ้นส่วนโกงบริษัท มีลักษณะอย่างไร?

  • ยักยอกเงินบริษัท เช่น โอนเงินเข้าบัญชีส่วนตัว ถอนเงินสดโดยไม่มีเหตุผลทางธุรกิจ
  • ปลอม/แก้ไขเอกสารบัญชี เพื่อปกปิดรายรับรายจ่ายหรือสร้างรายการเท็จ
  • ทำธุรกรรมโดยไม่มีอำนาจหรือไม่ผ่านมติ เช่น เซ็นสัญญา/กู้เงิน/ขายทรัพย์สิน โดยไม่ผ่านขั้นตอนภายใน
  • ใช้ความลับทางธุรกิจไปแข่งขัน เช่น รายชื่อลูกค้า สูตรการผลิต กลยุทธ์ราคา
  • ปิดบังข้อมูล ไม่ยอมให้ตรวจบัญชี เอกสารบริษัท หรือปฏิเสธการส่งมอบเอกสาร

กฎหมายที่เกี่ยวข้องเมื่อหุ้นส่วนโกงบริษัท

1) ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (หน้าที่และความรับผิดของกรรมการ)

  • มาตรา 1168 หน้าที่กรรมการต้องปฏิบัติหน้าที่สอดส่องอย่างบุคคลค้าขายด้วยความซื่อสัตย์สุจริต และความระมัดระวัง
  • มาตรา 1169 ถ้ากรรมการทำให้เกิดความเสียหายแก่บริษัท บริษัทจะฟ้องร้องเรียกเอาสินไหมทดแทนแก่กรรมการก็ได้ หรือผู้ถือหุ้นสามารถฟ้องกรรมการ “แทนบริษัท” ก็ได้ในกรณีบริษัทไม่ดำเนินการ

2) ประมวลกฎหมายอาญา (กรณีเข้าข่ายความผิดอาญา)

  • มาตรา 352 ความผิดฐานยักยอกทรัพย์
  • มาตรา 353 ความผิดฐานยักยอกทรัพย์ในกรณีผู้กระทำมีหน้าที่จัดการทรัพย์ของผู้อื่น/ทรัพย์ที่อยู่ในความครอบครองโดยหน้าที่
  • มาตรา 264 ความผิดฐานปลอมเอกสาร

ขั้นตอนเมื่อสงสัยว่าหุ้นส่วนโกงบริษัท (ทำตามนี้ก่อน)

ขั้นที่ 1: รวบรวมหลักฐานให้เป็นระบบ

  • งบการเงิน/สมุดบัญชี/ใบสำคัญจ่าย
  • รายการเดินบัญชีธนาคารของบริษัท (Bank Statement)
  • สัญญา/ใบเสนอราคา/ใบกำกับภาษี ที่เกี่ยวข้องกับธุรกรรมต้องสงสัย
  • มติกรรมการ/มติผู้ถือหุ้น และหนังสือมอบอำนาจ
  • หลักฐานการสื่อสาร (อีเมล/LINE/หนังสือภายใน) ที่สะท้อนเจตนา/พฤติการณ์

เคล็ดลับ: จัดทำ “Timeline เหตุการณ์” ไล่ตามวันเวลาและจำนวนเงิน จะช่วยให้ประเมินคดีและสื่อสารกับที่ปรึกษาได้เร็วขึ้น

ขั้นที่ 2: ตรวจสอบอำนาจลงนามและข้อบังคับบริษัท

เช็กหนังสือรับรองบริษัท ข้อบังคับ และเงื่อนไขอำนาจกรรมการ ว่าธุรกรรมนั้นทำได้โดยกรรมการคนเดียวหรือจำเป็นต้องร่วมลงนาม/ผ่านมติ หากทำเกินอำนาจจะเป็นประเด็นสำคัญทางคดี

ขั้นที่ 3: เรียกประชุมผู้ถือหุ้น/กรรมการเพื่อมีมติ

  • มติให้ตรวจสอบรายการต้องสงสัย/แต่งตั้งผู้ตรวจสอบหรือผู้ทำบัญชีช่วยตรวจ
  • มติให้ส่งหนังสือทวงถาม/เรียกคืนทรัพย์สิน
  • มติให้ดำเนินคดีแพ่ง/อาญา (แล้วแต่กรณี)

ขั้นที่ 4: ส่งหนังสือทวงถาม/หนังสือบอกกล่าวอย่างเป็นทางการ

การส่งหนังสือทวงถามช่วยยืนยันข้อเรียกร้องอย่างเป็นทางการ และช่วย “ล็อกประเด็น” ก่อนเข้าสู่ชั้นศาลหรือการเจรจา โดยควรระบุข้อเท็จจริง จำนวนเงิน/ทรัพย์สิน และกำหนดเวลาให้ชี้แจงหรือคืนทรัพย์

ขั้นที่ 5: เลือกแนวทางดำเนินคดี (แพ่ง / อาญา / ทำคู่กัน)

  • คดีแพ่ง เพื่อเรียกคืนทรัพย์/เรียกค่าเสียหายต่อบริษัท หรือฟ้องกรรมการตามหลักหน้าที่และความรับผิด (อ้างมาตรา 1168, 1169)
  • คดีอาญา หากเข้าข่ายยักยอก/ปลอมเอกสาร (อ้างมาตรา 352, 353, 264)

หมายเหตุเชิงกลยุทธ์: บางกรณีการเดิน “แพ่ง + อาญา” ควบคู่กันอาจช่วยเพิ่มแรงจูงใจให้เกิดการคืนทรัพย์/เจรจา แต่ควรประเมินพยานหลักฐานและผลกระทบทางธุรกิจให้รอบด้าน

ฟ้องหุ้นส่วนโกงบริษัท ใช้เวลานานเท่าไร?

ระยะเวลาขึ้นอยู่กับความซับซ้อนของธุรกรรม จำนวนพยานหลักฐาน และการต่อสู้คดี โดยทั่วไปคดีอาจใช้เวลาตั้งแต่หลายเดือนถึงหลายปี การเตรียมเอกสารให้ครบและวางกลยุทธ์ตั้งแต่ต้นจะช่วยลดความเสี่ยงและเพิ่มโอกาสปิดเรื่องได้เร็วขึ้น

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ผู้ถือหุ้นส่วนน้อยสามารถฟ้องได้หรือไม่?

ในบางกรณี ผู้ถือหุ้นสามารถฟ้องกรรมการ “แทนบริษัท” ได้ หากบริษัทไม่ดำเนินการตามสมควร โดยอาศัยหลักตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 11ุ69 ทั้งนี้รายละเอียดต้องพิจารณาตามโครงสร้างผู้ถือหุ้นและข้อเท็จจริง

ถ้าไม่มีเอกสารชัดเจน ทำอย่างไร?

เริ่มจากรวบรวมหลักฐานทางการเงินที่เข้าถึงได้ เช่น Bank Statement เอกสารบัญชี และหนังสือรับรองบริษัท รวมถึงหลักฐานการสื่อสาร จากนั้นให้ผู้เชี่ยวชาญช่วยจัดทำภาพรวมธุรกรรมเพื่อประเมินช่องทางทางกฎหมาย

ฟ้องแพ่งกับแจ้งความอาญาทำพร้อมกันได้หรือไม่?

โดยหลักสามารถทำได้ในกรณีเข้าองค์ประกอบความผิดอาญาและมีความเสียหายทางแพ่ง แต่ควรประเมินพยานหลักฐานและผลกระทบต่อการเจรจา/การดำเนินธุรกิจร่วมกันก่อน

สามารถถอดถอนกรรมการได้ทันทีหรือไม่?

โดยทั่วไปต้องดำเนินการผ่านขั้นตอนภายในบริษัท เช่น การประชุมและมติที่เกี่ยวข้อง ตามกฎหมายและข้อบังคับของบริษัท รวมถึงเงื่อนไขในหนังสือรับรองบริษัท

ต้องการให้ประเมินแนวทางเบื้องต้น?

หากคุณสงสัยว่ามีการยักยอกเงิน ปลอมเอกสาร หรือทำธุรกรรมไม่โปร่งใส การเริ่มต้นที่ “จัดหลักฐาน + วางแผนการดำเนินการ” จะช่วยลดความเสียหายและเพิ่มความชัดเจนในการตัดสินใจ

ติดต่อเราเพื่อประเมินแนวทางเบื้องต้นของท่าน


โดย ภัทรพงษ์พันธ์ สิงห์คำหาญ
ทนายความและที่ปรึกษากฎหมายธุรกิจ

📞 Tel: +66 99 249 5989

💬 LINE Official: @patt

📱 WhatsApp: +66 99 249 5989

📧 Email: info@thailandlawyer.com

ต้องการคำตอบรวดเร็ว?

ท่านสามารถกดติดต่อผ่าน LINE หรือ WhatsApp ด้านล่างนี้ได้ทันที

ปรึกษาทาง LINE ติดต่อผ่าน WhatsApp
About the Author

Pattarapongpun Singkhamharn is a Thai lawyer and Managing Partner of Pattara & Partners Law Firm in Bangkok, Thailand, with over 25 years of professional legal experience. His practice focuses on business and corporate law, civil and commercial litigation, debt recovery and enforcement, contracts, and cross-border legal matters. He advises Thai and international clients on legal matters in Thailand.

ปรึกษาทนายผ่าน LINE ปรึกษาทนายผ่าน WhatsApp