ผู้จัดการมรดกไม่แบ่งมรดก ทายาททำอะไรได้บ้างตามกฎหมายไทย

คำตอบโดยสรุป: ผู้จัดการมรดกไม่มีสิทธิเก็บทรัพย์มรดกไว้เอง กฎหมายกำหนดให้ต้องทำบัญชีทรัพย์มรดก และโดยหลักต้องจัดการและแบ่งปันมรดกให้เสร็จภายใน 1 ปี หากผู้จัดการมรดกละเลยหน้าที่ ทายาทหรือผู้มีส่วนได้เสียอาจร้องขอให้ศาลถอนผู้จัดการมรดก ฟ้องเรียกให้แบ่งทรัพย์หรือเรียกค่าเสียหาย และในบางกรณีอาจดำเนินคดีอาญา แต่ต้องดำเนินการภายในอายุความ และบางเรื่องต้องทำก่อนการแบ่งมรดกเสร็จสิ้น

ปัญหา “ผู้จัดการมรดกไม่ยอมแบ่ง” มักเกิดหลังศาลตั้งญาติคนหนึ่งเป็นผู้จัดการมรดก แล้วเวลาผ่านไปหลายเดือนหรือหลายปีโดยไม่มีการชี้แจงทรัพย์สิน บางกรณีพบว่าที่ดินมรดกถูกโอนเป็นชื่อผู้จัดการมรดกเอง บทความนี้อธิบายหน้าที่ของผู้จัดการมรดก กำหนดเวลาที่กฎหมายกำหนด และทางเลือกที่ทายาทมี เพื่อให้ตัดสินใจได้อย่างมีข้อมูล

ผู้จัดการมรดกคือใคร และมีอำนาจแค่ไหน

ผู้จัดการมรดกรวมถึงบุคคลที่ตั้งขึ้นโดยพินัยกรรมหรือโดยคำสั่งศาล (ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1711) กฎหมายให้ผู้จัดการมรดกมีสิทธิและหน้าที่ทำการที่จำเป็นเพื่อให้เป็นไปตามพินัยกรรม เพื่อจัดการมรดกโดยทั่วไป หรือเพื่อแบ่งปันทรัพย์มรดก (มาตรา 1719)

อำนาจนี้มีไว้เพื่อประโยชน์ของกองมรดกและทายาททุกคน ไม่ใช่เพื่อประโยชน์ส่วนตัวของผู้จัดการมรดก คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2295/2565 วินิจฉัยว่า แม้ผู้จัดการมรดกอาจจดทะเบียนขายทรัพย์มรดกเพื่อแบ่งปันให้ทายาทได้ แต่การขายที่ดินมรดกแล้วเบียดบังเงินไว้เป็นประโยชน์ของตนไม่ใช่การจัดการมรดกตามอำนาจหน้าที่

นอกจากนี้ ผู้จัดการมรดกจะทำนิติกรรมที่ตนมีส่วนได้เสียเป็นปฏิปักษ์ต่อกองมรดกไม่ได้ เว้นแต่พินัยกรรมอนุญาตหรือศาลอนุญาต (มาตรา 1722) ตัวอย่างที่มักเป็นข้อพิพาทคือการโอนที่ดินมรดกเป็นชื่อตนเองโดยไม่มีฐานสิทธิที่ชอบ

หน้าที่และกำหนดเวลาที่ผู้จัดการมรดกต้องปฏิบัติ

กฎหมายกำหนดกรอบเวลาไว้ชัดเจน ซึ่งทายาทใช้ตรวจสอบได้ว่าผู้จัดการมรดก “ละเลยหน้าที่” หรือไม่

หน้าที่กำหนดเวลาโดยหลักฐานกฎหมาย
เริ่มหน้าที่ (กรณีศาลตั้ง)นับแต่วันที่ได้ฟังหรือถือว่าได้ฟังคำสั่งศาลมาตรา 1716
ลงมือทำบัญชีทรัพย์มรดกภายใน 15 วันนับแต่เริ่มหน้าที่มาตรา 1728
ทำบัญชีทรัพย์มรดกให้เสร็จภายใน 1 เดือน (ขอศาลขยายได้หากร้องขอก่อนครบกำหนด) ต่อหน้าพยานอย่างน้อย 2 คนซึ่งเป็นผู้มีส่วนได้เสียในกองมรดกมาตรา 1729
จัดการ แบ่งปันมรดก และทำรายงานแสดงบัญชีภายใน 1 ปี เว้นแต่ผู้ทำพินัยกรรม ทายาทโดยจำนวนข้างมาก หรือศาลกำหนดไว้เป็นอย่างอื่นมาตรา 1732

เรื่องลำดับทายาท หนี้ของกองมรดก และขั้นตอนการแบ่งมรดกโดยทั่วไป อ่านเพิ่มเติมได้ในบทความ: (คดีมรดกและการแบ่งมรดกตามกฎหมายไทย: ใครมีสิทธิ ได้ส่วนเท่าไร และขั้นตอนที่ต้องรู้)

ผู้จัดการมรดกต้องรับผิดต่อทายาทอย่างไร

กฎหมายให้นำบทบัญญัติบางมาตราเรื่องตัวแทนมาใช้กับความรับผิดของผู้จัดการมรดกต่อทายาทโดยอนุโลม (มาตรา 1720) ในทางปฏิบัติ ผู้จัดการมรดกต้องจัดการด้วยความระมัดระวัง แจ้งความเป็นไปของการจัดการ และส่งมอบทรัพย์หรือเงินที่ได้รับไว้แทนกองมรดก หากทำให้กองมรดกเสียหายอาจต้องรับผิดชดใช้ ขอบเขตความรับผิดขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงแต่ละกรณี

สัญญาณว่าผู้จัดการมรดกอาจละเลยหน้าที่

  • ไม่ทำหรือไม่ยอมแสดงบัญชีทรัพย์มรดก แม้ทายาทขอดูแล้ว
  • พ้นกำหนด 1 ปีแล้วยังไม่แบ่งมรดกหรือไม่ชี้แจงเหตุขัดข้อง
  • ถอนเงินจากบัญชีของผู้ตายไปโดยไม่แจ้งหรือไม่แบ่งให้ทายาท
  • โอนที่ดินมรดกเป็นชื่อตนเองหรือบุคคลใกล้ชิด
  • ขายทรัพย์มรดกแล้วไม่นำเงินมาแบ่ง
  • อ้างข้อตกลงระหว่างทายาทที่ไม่ชัดเจนเพื่อเลี่ยงการแบ่งตามสิทธิ

สัญญาณเหล่านี้ไม่ได้หมายความว่าผู้จัดการมรดกผิดเสมอไป บางครั้งความล่าช้ามีเหตุจริง เช่น ต้องต่อสู้คดีกับเจ้าหนี้ของกองมรดก หรือต้องรวบรวมทรัพย์จำนวนมาก การประเมินจึงต้องดูข้อเท็จจริงทั้งหมด

ทางเลือกทางกฎหมายของทายาท

1. ขอดูบัญชีและทวงถามเป็นหนังสือ

ขั้นแรกที่เหมาะสมในหลายกรณีคือทำหนังสือขอให้ผู้จัดการมรดกแสดงบัญชีทรัพย์มรดก รายงานการจัดการ และกำหนดวันแบ่งมรดก หนังสือนี้ช่วยสร้างหลักฐานว่าทายาททวงถามแล้วและผู้จัดการมรดกตอบสนองอย่างไร

2. ร้องขอให้ศาลถอนผู้จัดการมรดก

ผู้มีส่วนได้เสียคนใดคนหนึ่งอาจร้องขอให้ศาลสั่งถอนผู้จัดการมรดกเพราะละเลยไม่ทำการตามหน้าที่ หรือเพราะเหตุอื่นที่สมควร แต่ต้องร้องขอก่อนการปันมรดกเสร็จสิ้นลง (มาตรา 1727)

ข้อควรระวังเรื่องจังหวะเวลา:

  • คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9317/2556 (ตามบทสรุปย่อ) วินิจฉัยว่า การยื่นคำร้องขอถอนโดยอ้างเพียงว่าผู้จัดการมรดกไม่แบ่งมรดก ทั้งที่ยังไม่ครบกำหนด 1 ปีตามมาตรา 1732 ยังไม่มีเหตุให้ถอน
  • คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6847/2555 วินิจฉัยว่า ผู้จัดการมรดกร่วมเบิกเงินของผู้ตายไปเพียงผู้เดียวโดยไม่แบ่งให้ผู้จัดการมรดกอีกฝ่าย ถือได้ว่าละเลยหน้าที่ และมีเหตุให้ถอน

กล่าวคือ ความล่าช้าเพียงอย่างเดียวก่อนครบ 1 ปีอาจยังไม่พอ แต่การกระทำที่เอาเปรียบกองมรดกอาจเป็นเหตุให้ถอนได้ ทั้งนี้ขึ้นกับข้อเท็จจริงของแต่ละคดี ในคำร้องเดียวกัน ทายาทมักขอให้ศาลตั้งผู้จัดการมรดกคนใหม่หรือผู้จัดการมรดกร่วม เพื่อให้การจัดการเดินหน้าต่อได้

3. ฟ้องคดีเกี่ยวกับการจัดการมรดก

หากผู้จัดการมรดกโอนทรัพย์ไปโดยมิชอบหรือไม่ยอมแบ่ง ทายาทอาจฟ้องขอให้เพิกถอนนิติกรรม ให้ทรัพย์กลับเข้ากองมรดก ให้แบ่งทรัพย์ตามสิทธิ หรือเรียกค่าเสียหาย รูปแบบคำฟ้องขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงและพยานหลักฐาน

4. ดำเนินคดีอาญาในกรณีเบียดบังทรัพย์

หากผู้จัดการมรดกตามคำสั่งศาลหรือตามพินัยกรรมเบียดบังทรัพย์มรดกไปโดยทุจริต อาจเข้าข่ายความผิดฐานยักยอก ซึ่งประมวลกฎหมายอาญากำหนดโทษหนักขึ้นสำหรับผู้จัดการทรัพย์สินของผู้อื่นตามคำสั่งศาลหรือตามพินัยกรรม (ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 354) คดีอาญามีกำหนดเวลาร้องทุกข์และองค์ประกอบความผิดเฉพาะ จึงควรปรึกษาทนายความก่อนดำเนินการ

อายุความที่ทายาทต้องระวัง

กฎหมายแยก “คดีเกี่ยวกับการจัดการมรดก” ออกจาก “คดีมรดก” และใช้อายุความต่างกัน ดังที่คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2729/2565 อธิบายไว้

ประเภทคดีอายุความฐานกฎหมาย
คดีเกี่ยวกับการจัดการมรดก (ทายาทฟ้อง)ไม่เกิน 5 ปีนับแต่การจัดการมรดกสิ้นสุดลงมาตรา 1733 วรรคสอง
คดีมรดก (ทายาทโดยธรรม)1 ปีนับแต่เจ้ามรดกตาย หรือนับแต่ทายาทโดยธรรมรู้หรือควรได้รู้ถึงความตายของเจ้ามรดก และไม่เกิน 10 ปีนับแต่เจ้ามรดกตายมาตรา 1754

คดีของท่านเป็นประเภทใด และการจัดการมรดก “สิ้นสุดลง” เมื่อใด เป็นประเด็นข้อกฎหมายที่ต้องวิเคราะห์จากข้อเท็จจริง จึงไม่ควรรอจนใกล้ครบกำหนด นอกจากนี้ ทายาทที่ครอบครองทรัพย์มรดกที่ยังไม่ได้แบ่งยังมีสิทธิเรียกให้แบ่ง แม้พ้นอายุความตามมาตรา 1754 แล้ว (มาตรา 1748)

ตัวอย่างสถานการณ์สมมุติ

นาย ก. เสียชีวิตโดยไม่มีพินัยกรรม ทิ้งที่ดิน 2 แปลงและเงินฝาก บุตร 3 คนตกลงให้บุตรคนโต (ข.) ยื่นคำร้องเป็นผู้จัดการมรดก ศาลมีคำสั่งตั้ง ข. เมื่อเดือนมีนาคม 2567 จนถึงปลายปี 2568 ข. ไม่เคยแสดงบัญชีทรัพย์มรดก และน้องทั้งสองตรวจพบว่าที่ดินแปลงหนึ่งถูกโอนเป็นชื่อ ข. เอง

น้องทั้งสองอาจพิจารณา (1) ทำหนังสือทวงถามให้แสดงบัญชีและแบ่งทรัพย์ (2) ร้องขอให้ศาลถอน ข. และตั้งผู้จัดการมรดกใหม่ เพราะพ้นกำหนด 1 ปีแล้วและมีการโอนทรัพย์ที่อาจขัดมาตรา 1722 (3) ฟ้องขอเพิกถอนการโอนที่ดิน และ (4) ปรึกษาทนายความว่ามีมูลคดีอาญาหรือไม่ ผลจริงขึ้นกับพยานหลักฐานทั้งหมด (ตัวอย่างสมมุติ ไม่ใช่คดีของลูกความ)

เอกสารที่ควรเตรียม

  • ใบมรณบัตรของเจ้ามรดก
  • สำเนาคำสั่งศาลที่ตั้งผู้จัดการมรดก (หรือพินัยกรรม หากตั้งโดยพินัยกรรม)
  • เอกสารแสดงความเป็นทายาท เช่น สูติบัตร ทะเบียนบ้าน ทะเบียนสมรส
  • สำเนาโฉนดหรือหนังสือสำคัญที่ดิน และรายการจดทะเบียนที่แสดงการโอน (ถ้ามี)
  • ข้อมูลบัญชีเงินฝาก หุ้น ยานพาหนะ หรือทรัพย์อื่นของผู้ตายเท่าที่ทราบ
  • หนังสือทวงถาม ข้อความแชต หรือหลักฐานการติดต่อกับผู้จัดการมรดก

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

  • ยื่นถอนเร็วเกินไปโดยอ้างแค่ความล่าช้า ก่อนครบ 1 ปี ซึ่งศาลอาจเห็นว่ายังไม่มีเหตุ
  • รอจนการปันมรดกเสร็จ แล้วจึงขอถอน ทั้งที่มาตรา 1727 กำหนดให้ร้องขอก่อนการปันมรดกเสร็จสิ้น
  • ลงชื่อรับรองรายงานบัญชีโดยไม่ตรวจเอกสาร มาตรา 1733 วรรคหนึ่งกำหนดว่าการอนุมัติหรือปลดเปลื้องความรับผิดเกี่ยวกับรายงานบัญชีจะสมบูรณ์ต่อเมื่อส่งรายงานพร้อมเอกสารให้ทายาทล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 10 วัน
  • ไม่เก็บหลักฐานการทวงถาม ทำให้พิสูจน์การละเลยหน้าที่ได้ยาก
  • สับสนอายุความ 1 ปีกับ 5 ปี ระหว่างคดีมรดกกับคดีเกี่ยวกับการจัดการมรดก

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ผู้จัดการมรดกต้องแบ่งมรดกภายในกี่ปี

โดยหลักต้องจัดการ แบ่งปันมรดก และทำรายงานแสดงบัญชีให้เสร็จภายใน 1 ปีนับแต่วันที่กำหนดในมาตรา 1728 เว้นแต่ผู้ทำพินัยกรรม ทายาทโดยจำนวนข้างมาก หรือศาลกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น (มาตรา 1732)

ผู้จัดการมรดกขายที่ดินมรดกโดยไม่ถามทายาทได้หรือไม่

อาจทำได้หากเป็นการขายเพื่อแบ่งปันทรัพย์มรดกให้ทายาท แต่ถ้าขายแล้วเก็บเงินไว้เป็นประโยชน์ส่วนตัว ศาลฎีกาเคยวินิจฉัยว่าไม่ใช่การจัดการมรดกตามอำนาจหน้าที่

ผู้จัดการมรดกโอนที่ดินมรดกเป็นชื่อตัวเองได้หรือไม่

ผู้จัดการมรดกจะทำนิติกรรมที่ตนมีส่วนได้เสียเป็นปฏิปักษ์ต่อกองมรดกไม่ได้ เว้นแต่พินัยกรรมหรือศาลอนุญาต (มาตรา 1722) หากผู้จัดการมรดกเป็นทายาทด้วย การรับโอนเฉพาะส่วนของตนตามสิทธิอาจต่างจากการโอนทรัพย์ทั้งหมดเป็นของตน ต้องพิจารณาเป็นรายกรณี

ใครมีสิทธิยื่นคำร้องขอถอนผู้จัดการมรดก

ผู้มีส่วนได้เสียคนใดคนหนึ่ง เช่น ทายาทโดยธรรมหรือผู้รับพินัยกรรม (มาตรา 1727)

ถอนผู้จัดการมรดกแล้ว ทรัพย์ที่โอนไปแล้วจะกลับมาไหม

การถอนผู้จัดการมรดกไม่ได้ทำให้การโอนที่ทำไปแล้วถูกเพิกถอนโดยอัตโนมัติ ทายาทอาจต้องฟ้องขอเพิกถอนนิติกรรมแยกต่างหาก และสิทธิของบุคคลภายนอกที่รับโอนอาจเป็นประเด็นที่ศาลต้องพิจารณา

ฟ้องผู้จัดการมรดกได้ภายในกี่ปี

คดีเกี่ยวกับการจัดการมรดกที่ทายาทฟ้อง ห้ามฟ้องเกิน 5 ปีนับแต่การจัดการมรดกสิ้นสุดลง (มาตรา 1733 วรรคสอง) ส่วนคดีมรดกทั่วไปมีอายุความตามมาตรา 1754 การจัดว่าคดีอยู่ประเภทใดต้องดูข้อเท็จจริง

ผู้จัดการมรดกไม่แบ่งมรดกเป็นความผิดอาญาหรือไม่

ความล่าช้าอย่างเดียวโดยทั่วไปเป็นเรื่องทางแพ่ง แต่ถ้ามีการเบียดบังทรัพย์มรดกไปโดยทุจริต อาจเข้าข่ายความผิดฐานยักยอกตามประมวลกฎหมายอาญา

บทสรุป

ผู้จัดการมรดกเป็นผู้ดูแลทรัพย์แทนทายาททุกคน ไม่ใช่เจ้าของทรัพย์ กฎหมายจึงกำหนดหน้าที่ทำบัญชี กำหนดเวลาแบ่งมรดก และให้ทายาทมีทางเลือกเมื่อผู้จัดการมรดกละเลยหน้าที่ จุดสำคัญคือเลือกจังหวะเวลาให้ถูก ทั้งการยื่นถอนก่อนการปันมรดกเสร็จสิ้นและการฟ้องภายในอายุความ การเก็บหลักฐานตั้งแต่ต้นจะช่วยให้ใช้สิทธิได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ปรึกษาทนายความเมื่อผู้จัดการมรดกไม่แบ่งมรดก

หากผู้จัดการมรดกไม่แสดงบัญชีทรัพย์ ไม่แบ่งมรดกตามกำหนด หรือมีการโอนทรัพย์มรดกที่น่าสงสัย การตัดสินใจเร็วและถูกช่องทางมีผลต่อการรักษาสิทธิของทายาท โดยเฉพาะเรื่องอายุความและเงื่อนไขการยื่นคำร้องก่อนการปันมรดกเสร็จสิ้น

สำนักกฎหมายภัทร แอนด์ พาร์ทเนอร์ส ให้คำปรึกษาเรื่องสิทธิของทายาท ตรวจสอบเอกสารและบัญชีทรัพย์มรดก จัดทำหนังสือทวงถามถึงผู้จัดการมรดก เจรจาระหว่างทายาท และดำเนินคดีต่อศาล รวมถึงคำร้องขอถอนผู้จัดการมรดกและคดีเพิกถอนการโอนทรัพย์มรดก

แต่ละกรณีมีข้อเท็จจริงเฉพาะ ทีมทนายความจะประเมินทางเลือกจากเอกสารของท่าน และอธิบายความเสี่ยงและขั้นตอนอย่างตรงไปตรงมา

  • โทรศัพท์: 099 249 5989
  • LINE Official: @patt
  • WhatsApp: +66 99 249 5989
  • อีเมล: info@thailandlawyer.com

ต้องการคำตอบรวดเร็ว?

ท่านสามารถกดติดต่อผ่าน LINE หรือ WhatsApp ด้านล่างนี้ได้ทันที

ปรึกษาทาง LINE ติดต่อผ่าน WhatsApp
About the Author

Pattarapongpun Singkhamharn is a Thai lawyer and Managing Partner of Pattara & Partners Law Firm in Bangkok, Thailand, with over 25 years of professional legal experience. His practice focuses on business and corporate law, civil and commercial litigation, debt recovery and enforcement, contracts, and cross-border legal matters. He advises Thai and international clients on legal matters in Thailand.

ปรึกษาทนายผ่าน LINE ปรึกษาทนายผ่าน WhatsApp