ลูกค้าค้างชำระค่าสินค้า ทำอย่างไร? คู่มือทวงหนี้การค้าตามกฎหมายไทยสำหรับ SME

คำตอบสั้น: เมื่อลูกค้าค้างชำระค่าสินค้าหรือค่าบริการ ให้รวบรวมหลักฐานหนี้ ตรวจว่าลูกค้าผิดนัดแล้วหรือยัง ส่งหนังสือทวงถามเป็นลายลักษณ์อักษร คำนวณดอกเบี้ยผิดนัด และตรวจอายุความทันที เพราะหนี้การค้าบางประเภทมีอายุความเพียง 2 ปี หากเจรจาไม่สำเร็จจึงพิจารณาฟ้องคดีแพ่งและบังคับคดีตามคำพิพากษา

บทความนี้อธิบายหลักกฎหมายทั่วไปตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ป.พ.พ.) สำหรับหนี้ที่เกิดจากการขายสินค้าหรือให้บริการระหว่างธุรกิจ ไม่ใช่คำปรึกษาสำหรับข้อเท็จจริงเฉพาะราย

หนี้การค้าคืออะไร และทำไมต้องรีบจัดการ

หนี้การค้า คือ เงินที่ลูกค้าต้องชำระให้ผู้ขายหรือผู้ให้บริการ เช่น ค่าสินค้าที่ส่งมอบแล้ว ค่าจ้างทำของ หรือค่าบริการที่ทำเสร็จแล้วแต่ให้เครดิตเทอม ปัญหาที่ SME พบบ่อยคือรอนานเกินไปจนหลักฐานกระจัดกระจาย ลูกค้าปิดกิจการ หรือหนี้ขาดอายุความ

ขั้นตอนที่ 1: รวบรวมหลักฐานว่ามีหนี้อยู่จริง

ศาลจะพิจารณาว่ามีการตกลงซื้อขายหรือจ้างงาน มีการส่งมอบหรือทำงานแล้ว และยอดหนี้ถูกต้อง หลักฐานที่ควรเก็บให้ครบ ได้แก่

  • ใบเสนอราคา ใบสั่งซื้อ (PO) หรือสัญญา
  • ใบส่งของที่มีลายมือชื่อผู้รับ และใบแจ้งหนี้/ใบกำกับภาษี
  • อีเมล ข้อความ LINE หรือหนังสือที่ลูกค้ายอมรับยอดหรือขอผัดผ่อน
  • รายการเดินบัญชีที่แสดงการชำระบางส่วน

เอกสารที่ลูกค้ายอมรับยอดหนี้หรือการชำระบางส่วนมีผลต่ออายุความด้วย (ดูขั้นตอนที่ 5)

ขั้นตอนที่ 2: ตรวจว่าลูกค้า “ผิดนัด” แล้วหรือยัง

ตาม ป.พ.พ. มาตรา 204 ถ้าหนี้ถึงกำหนดแล้วและเจ้าหนี้เตือนแล้ว ลูกหนี้ยังไม่ชำระ ลูกหนี้ตกเป็นผู้ผิดนัด แต่ถ้ากำหนดวันชำระไว้ตามวันแห่งปฏิทิน ลูกหนี้ผิดนัดทันทีเมื่อไม่ชำระตามกำหนดโดยไม่ต้องเตือน

ในทางปฏิบัติ แม้ใบแจ้งหนี้จะระบุวันครบกำหนดชัดเจน การส่งหนังสือทวงถามก็ยังมีประโยชน์ เพราะช่วยกำหนดวันผิดนัดให้ชัดและเป็นหลักฐานในคดี

ขั้นตอนที่ 3: ส่งหนังสือทวงถามอย่างถูกวิธี

หนังสือทวงถามควรระบุยอดหนี้ เอกสารอ้างอิง กำหนดเวลาชำระที่สมเหตุสมผล ช่องทางชำระ และผลหากไม่ชำระ ส่งด้วยวิธีที่พิสูจน์การรับได้ เช่น ไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ (รายละเอียดอยู่ในบทความ “หนังสือทวงถามหนี้ลูกค้า”)

หากลูกค้าเป็นบุคคลธรรมดา การทวงหนี้ที่เกิดจากการค้าปกติอาจอยู่ภายใต้พระราชบัญญัติการทวงถามหนี้ พ.ศ. 2558 ซึ่งนิยามลูกหนี้ว่าเป็นบุคคลธรรมดา จึงควรทวงอย่างสุภาพ ไม่ข่มขู่ ไม่ประจาน และไม่เปิดเผยหนี้แก่บุคคลอื่น

ขั้นตอนที่ 4: คิดดอกเบี้ยผิดนัดให้ถูกต้อง

หนี้เงินคิดดอกเบี้ยระหว่างผิดนัดได้ในอัตราตาม ป.พ.พ. มาตรา 7 บวกอีกร้อยละ 2 ต่อปี และห้ามคิดดอกเบี้ยซ้อนดอกเบี้ยในระหว่างผิดนัด อัตราดอกเบี้ยตามมาตรา 7 ดังกล่าวคือร้อยละ 3 ต่อปี ดังนั้น อัตราดอกเบี้ยผิดนัดคือร้อยละ 5 ต่อปี เว้นแต่มีเหตุอื่นที่ชอบด้วยกฎหมายให้เรียกได้สูงกว่า

ขั้นตอนที่ 5: ตรวจอายุความทันที — 2 ปี หรือ 5 ปี

ป.พ.พ. มาตรา 193/34 (1) กำหนดอายุความ 2 ปีสำหรับผู้ประกอบการค้าที่เรียกค่าของที่ส่งมอบหรือค่าการงานที่ทำ เว้นแต่เป็นการทำเพื่อกิจการของฝ่ายลูกหนี้เอง กรณียกเว้นดังกล่าวมีอายุความ 5 ปีตามมาตรา 193/33 (5)

แนวคำพิพากษาฎีกาพิจารณาว่าลูกหนี้นำสินค้าไปใช้เองหรือนำไปใช้ประกอบธุรกิจต่อ เช่น ฎีกาที่ 1956/2543 วินิจฉัยว่าลูกหนี้ซื้อแผ่นพลาสติกไปใช้ประกอบการค้า สิทธิเรียกร้องจึงมีอายุความ 5 ปี

อายุความสะดุดหยุดลงได้ เช่น ลูกหนี้ทำหนังสือรับสภาพหนี้ ชำระหนี้บางส่วน หรือเจ้าหนี้ฟ้องคดี อ่านรายละเอียดในบทความ “อายุความค่าสินค้าและค่าบริการ” อ่านรายละเอียดในบทความ “อายุความค่าสินค้าและค่าบริการ”

ขั้นตอนที่ 6: เจรจาและทำข้อตกลงผ่อนชำระเป็นหนังสือ

ถ้าลูกค้ามีปัญหาสภาพคล่องแต่ยังต้องการทำธุรกิจต่อ การทำบันทึกรับสภาพหนี้และตารางผ่อนชำระที่ลงนามโดยผู้มีอำนาจของลูกค้ามักดีกว่าการฟ้องทันที เพราะได้หลักฐานยอดหนี้ที่ชัดเจนและอาจมีผลต่ออายุความ ควรระบุผลหากผิดนัดงวดใดงวดหนึ่งให้ชัดเจน

ขั้นตอนที่ 7: ฟ้องคดีแพ่งและบังคับคดี

หากเจรจาไม่สำเร็จ เจ้าหนี้ฟ้องเรียกหนี้ ดอกเบี้ย และค่าเสียหายต่อศาลที่มีเขตอำนาจได้ ศาลและวิธีพิจารณาที่ใช้ขึ้นกับทุนทรัพย์และข้อเท็จจริงของคดี เมื่อศาลพิพากษาแล้วลูกหนี้ยังไม่ชำระ จึงเข้าสู่การบังคับคดี เช่น ยึดหรืออายัดทรัพย์สิน

ควรตรวจก่อนฟ้องว่าลูกหนี้มีทรัพย์สินหรือรายได้ให้บังคับได้หรือไม่ เพราะคำพิพากษาที่บังคับไม่ได้ไม่ช่วยให้ได้เงินคืน

ตัวอย่างสมมติ

บริษัท ก. ขายวัสดุก่อสร้างให้ห้างหุ้นส่วน ข. ซึ่งเป็นผู้รับเหมา โดยให้เครดิต 60 วัน ห้าง ข. นำวัสดุไปใช้ในงานรับเหมาของตน หากพิจารณาตามแนวฎีกาข้างต้น หนี้นี้มีแนวโน้มเข้าข้อยกเว้นและมีอายุความ 5 ปี แต่ถ้าบริษัท ก. ขายเครื่องปรับอากาศให้บุคคลธรรมดาติดตั้งในบ้าน หนี้ค่าสินค้าอาจมีอายุความเพียง 2 ปี ผลจริงขึ้นกับข้อเท็จจริงของแต่ละคดี

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

  • รอให้ลูกค้า “จ่ายเมื่อพร้อม” โดยไม่มีหนังสือยอมรับยอดหนี้ จนหนี้ขาดอายุความ
  • ไม่มีใบส่งของที่ลูกค้าลงนามรับ
  • คิดดอกเบี้ยสูงเกินกฎหมายหรือคิดดอกเบี้ยทบต้นระหว่างผิดนัด
  • ทวงหนี้ด้วยการประจานทางโซเชียลมีเดีย ซึ่งอาจเกิดความรับผิดทั้งทางแพ่งและอาญา
  • ฟ้องโดยไม่ตรวจทรัพย์สินของลูกหนี้ก่อน

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ลูกค้าไม่จ่ายค่าสินค้า แจ้งความได้หรือไม่? โดยทั่วไปการไม่ชำระหนี้เป็นเรื่องทางแพ่ง การดำเนินคดีอาญาต้องมีองค์ประกอบความผิดเฉพาะ เช่น การหลอกลวงตั้งแต่ต้น ควรปรึกษาทนายก่อน

ต้องส่งหนังสือทวงถามก่อนฟ้องเสมอหรือไม่? ไม่เสมอไป ถ้ากำหนดวันชำระตามปฏิทินไว้ ลูกหนี้ผิดนัดได้โดยไม่ต้องเตือน แต่การส่งหนังสือทวงถามช่วยด้านหลักฐานและการเจรจา

ดอกเบี้ยผิดนัดคิดได้เท่าไร? โดยทั่วไปร้อยละ 5 ต่อปี (อัตรามาตรา 7 บวก 2) เว้นแต่มีเหตุอื่นที่ชอบด้วยกฎหมายให้เรียกสูงกว่า ต้องตรวจอัตราปัจจุบันก่อนคำนวณ

ลูกค้ายอมจ่ายบางส่วน มีผลอย่างไร? การชำระบางส่วนเป็นเหตุหนึ่งที่ทำให้อายุความสะดุดหยุดลง จึงควรเก็บหลักฐานการชำระทุกครั้ง

สรุป

การทวงหนี้การค้าที่ได้ผลเริ่มจากหลักฐานที่ครบ หนังสือทวงถามที่ชัดเจน และการตรวจอายุความตั้งแต่วันแรกที่ลูกค้าเริ่มค้าง SME ที่จัดการเร็วมีโอกาสเจรจาสำเร็จสูงกว่าการรอจนต้องฟ้อง

ปรึกษาเรื่องหนี้การค้า

หากลูกค้าค้างชำระและต้องการประเมินหลักฐาน อายุความ หรือทางเลือกในการเรียกหนี้

  • โทรศัพท์: 099 249 5989
  • LINE Official: @patt
  • WhatsApp: +66 99 249 5989
  • อีเมล: info@thailandlawyer.com

ต้องการคำตอบรวดเร็ว?

ท่านสามารถกดติดต่อผ่าน LINE หรือ WhatsApp ด้านล่างนี้ได้ทันที

ปรึกษาทาง LINE ติดต่อผ่าน WhatsApp
About the Author

Pattarapongpun Singkhamharn is a Thai lawyer and Managing Partner of Pattara & Partners Law Firm in Bangkok, Thailand, with over 25 years of professional legal experience. His practice focuses on business and corporate law, civil and commercial litigation, debt recovery and enforcement, contracts, and cross-border legal matters. He advises Thai and international clients on legal matters in Thailand.

ปรึกษาทนายผ่าน LINE ปรึกษาทนายผ่าน WhatsApp